🚨 “ด่วน! อินเดียผวา ‘นิปาห์’ ระบาดซ้ำ ไวรัสไร้ยาที่โลกต้องจำ”
เสียงไซเรนรถพยาบาลที่ดังก้องในเมือง Barasat ชานเมืองโกลกาตา ไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณขอความช่วยเหลือธรรมดา แต่มันคือ “สัญญาณเตือนภัยระดับโลก” เมื่อไวรัสที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าโควิด-19 ถึง 20 เท่า ได้กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในรัฐเวสต์เบงกอล หลังจากห่างหายไปนานเกือบ 2 ทศวรรษ บทความนี้จะพาคุณสู่ทุกมิติของ “ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus)” ตั้งแต่การระบาดล่าสุดในเดือนมกราคม 2026, วิทยาศาสตร์เบื้องหลังการข้ามสายพันธุ์, ไปจนถึงแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์จากการทดลองวัคซีนระดับโลกที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
คลิกอ่านตามหัวข้อ
🏥 1. เจาะลึกสถานการณ์ล่าสุดในโกลกาตา
🦇 2. ทำไมต้อง “เวสต์เบงกอล”? ทำไมต้อง “ตอนนี้”?
🧬 3.นิปาห์ 101 ฆาตกรที่ไร้ความปราณี
💉 4. แสงสว่างจาก Oxford และการปฏิวัติวัคซีน 2026
🛡️ 5. Survival Guide: คู่มือเอาตัวรอดสำหรับประชาชน
🏥 1. เจาะลึกสถานการณ์ล่าสุดในโกลกาตา
ตัวเลขที่น่ากังวล (The Numbers)
รายงานจาก The Independent และสื่อท้องถิ่นยืนยันสถานการณ์ที่ตึงเครียดในรัฐเวสต์เบงกอล (West Bengal):
- 5 ราย: จำนวนผู้ติดเชื้อยืนยัน (Confirmed Cases) ล่าสุด
- 100+ ราย: จำนวนผู้สัมผัสเสี่ยงสูง (High-risk contacts) ที่ถูกสั่งกักตัวทันที
- พื้นที่สีแดง: โรงพยาบาลเอกชนในเมือง Barasat และย่าน Beleghata ในโกลกาตา
ไทม์ไลน์การระบาด
ความน่ากลัวของการระบาดครั้งนี้ คือการโจมตี “ปราการด่านสุดท้าย” นั่นคือบุคลากรทางการแพทย์:
- Day 0: พยาบาล 2 ราย (ชายและหญิง) ในโรงพยาบาลเอกชนที่ Barasat ตรวจพบเชื้อ
- Day 3: เชื้อแพร่กระจายสู่เพื่อนร่วมงาน พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3 ราย ได้แก่ แพทย์ 1 ท่าน, พยาบาลอีก 1 ท่าน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
- Current Status: พยาบาลหญิงรายแรกอาการยังวิกฤต (Critical) ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ในขณะที่พยาบาลชายอาการเริ่มคงที่
💡 Insight: การติดเชื้อในโรงพยาบาล (Nosocomial Infection) เป็นลักษณะเด่นที่น่ากลัวของนิปาห์ในอินเดีย ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในการระบาดที่เมือง Siliguri เมื่อปี 2001 ที่บุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อจำนวนมากจากการดูแลผู้ป่วยโดยไม่รู้ตัว
🦇 2. ทำไมต้อง “เวสต์เบงกอล”? ทำไมต้อง “ตอนนี้”?
ข้อมูลจาก WHO และงานวิจัยใน PLOS ONE ชี้ให้เห็นว่า นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็น “ระเบิดเวลาทางนิเวศวิทยา”
ฤดูกาลแห่งความสูญเสีย (Season of Spillover)
การระบาดของไวรัสนิปาห์ในอินเดียและบังกลาเทศ มักเกิดในช่วง เดือนธันวาคม – เมษายน ของทุกปี ซึ่งตรงกับ:
- ฤดูเก็บเกี่ยว: น้ำตาลสดจากต้นอินทผลัม (Date Palm Sap)
- ฤดูผสมพันธุ์ค้างคาว: ค้างคาวแม่ลูกอ่อนมีความเครียดสูง ทำให้ภูมิคุ้มกันตกและขับเชื้อไวรัสออกมาทางปัสสาวะและน้ำลายมากขึ้น
วงจร “น้ำตาลสด” มรณะ (The Sap Cycle)
- ผู้ร้ายตัวจริง: ค้างคาวผลไม้ (Pteropus bats) ซึ่งเป็นพาหะตามธรรมชาติ
- พฤติกรรม: ค้างคาวชอบบินมาเลียน้ำหวานจากหม้อดินที่ชาวบ้านแขวนไว้รองน้ำตาลสดบนยอดต้นไม้ในเวลากลางคืน
- การปนเปื้อน: ค้างคาวทิ้งน้ำลาย หรือปัสสาวะลงในหม้อ
- สู่มนุษย์: ชาวบ้านนำน้ำตาลสดดิบ (Raw Sap) หรือที่เรียกว่า “Tari” มาดื่มในตอนเช้าโดยไม่ผ่านความร้อน ทำให้ได้รับเชื้อไวรัสสดๆ เข้าสู่ร่างกาย
🧬 3. นิปาห์ 101 – ฆาตกรที่ไร้ความปราณี
จากการศึกษาของ CDC และ ECDC (European Centre for Disease Prevention and Control) เราสามารถสรุปความโหดร้ายของไวรัสชนิดนี้ได้ดังนี้:
อาการ: หลอกให้ตายใจ แล้วจู่โจมที่สมอง
ไวรัสนิปาห์มีความเจ้าเล่ห์ มันเริ่มต้นด้วยอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา ก่อนจะยกระดับความรุนแรงอย่างรวดเร็ว:
- ระยะฟักตัว (Incubation): 4 – 14 วัน (บางเคสอาจนานถึง 45 วัน!)
- Phase 1 (3-14 วันแรก): ไข้สูง, ปวดหัวรุนแรง, ไอ, เจ็บคอ, และอาเจียน
- Phase 2 (วิกฤต):
- สมองอักเสบ (Encephalitis): ผู้ป่วยจะเริ่มมึนงง สับสน เดินเซ และอาจชักเกร็ง
- Coma: สามารถเข้าสู่ภาวะโคม่าได้ภายใน 24 – 48 ชั่วโมง หลังจากเริ่มมีอาการทางสมอง
ความรุนแรง (Lethality)
- อัตราการเสียชีวิต (CFR): 40% – 75% (สูงกว่าโควิด-19 สายพันธุ์อู่ฮั่นหลายสิบเท่า)
- ผลกระทบระยะยาว: ผู้รอดชีวิตประมาณ 20% อาจมีอาการทางระบบประสาทหลงเหลืออยู่ เช่น บุคลิกภาพเปลี่ยน หรืออาการชัก
💉 4. แสงสว่างจาก Oxford และการปฏิวัติวัคซีน 2026
นี่คือข้อมูลใหม่ล่าสุดที่หลายคนยังไม่รู้ จากรายงานของ CEPI และ University of Oxford ในช่วงปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026:
ก้าวแรกของมนุษยชาติ (Historic Milestone)
หลังจากรอคอยมานานกว่า 20 ปี ในที่สุดโลกก็ได้เริ่ม การทดลองวัคซีนนิปาห์ในมนุษย์ (Phase II Clinical Trial) เป็นครั้งแรก!
- ผู้พัฒนา: นักวิทยาศาสตร์จาก University of Oxford (ทีมเดียวกับที่สร้างวัคซีน AstraZeneca)
- ชื่อวัคซีน: ChAdOx1 NipahB
- สถานที่ทดลอง: บังกลาเทศ (พื้นที่ระบาดหนักที่สุด)
- กลุ่มเป้าหมาย: อาสาสมัครสุขภาพดี 306 คน อายุ 18-55 ปี
ทำไมถึงสำคัญ?
วัคซีนตัวนี้ใช้เทคโนโลยี Viral Vector (แบบเดียวกับโควิด) ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ากระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี หากการทดลองสำเร็จ เราอาจมีวัคซีนใช้จริงภายใน 2-3 ปีข้างหน้า เพื่อฉีดป้องกันให้บุคลากรด่านหน้าและประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
อาวุธสำรอง: Monoclonal Antibodies
นอกจากวัคซีน ยังมีการพัฒนา m102.4 ซึ่งเป็นแอนติบอดีที่ใช้รักษาผู้ที่สัมผัสเชื้อไปแล้ว (Post-exposure prophylaxis) ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยขั้นสูงเช่นกัน
🛡️ 5. Survival Guide: คู่มือเอาตัวรอดสำหรับประชาชน
แม้เราจะไม่ได้อยู่อินเดีย แต่การเรียนรู้วิธีป้องกันไว้ก่อนคือสิ่งที่ดีที่สุด สรุปจากคำแนะนำของ WHO:
✅ Do’s (สิ่งที่ต้องทำ)
- ล้างผลไม้ให้สะอาด: ปอกเปลือกผลไม้ก่อนทานเสมอ และล้างด้วยน้ำไหลผ่าน
- ต้มน้ำตาลสด: หากจะทานน้ำตาลสด ต้องต้มให้เดือด (Pasteurization) เพื่อฆ่าเชื้อไวรัส
- สังเกตคนรอบข้าง: หากมีคนในครอบครัวกลับจากพื้นที่เสี่ยงและมีอาการไข้สูงร่วมกับอาการซึม ให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางทันที
❌ Don’ts (สิ่งที่ห้ามทำ)
- ห้ามกินผลไม้ที่มีรอยกัด: รอยฟันเล็กๆ บนมะม่วงหรือชมพู่ อาจเป็นรอยเขี้ยวของค้างคาวมรณะ
- ห้ามสัมผัสสัตว์ป่วย: โดยเฉพาะหมู หรือค้างคาวที่ตกลงมาที่พื้นด้วยมือเปล่า
- ห้ามดื่มน้ำตาลสดดิบ: ในช่วงฤดูระบาด (ม.ค. – เม.ย.) ควรงดเว้นเด็ดขาด
❓ Q&A: ตอบคำถามคาใจสังคม
Q1: เชื้อนิปาห์จะระบาดมาถึงไทยหรือไม่? A: ประเทศไทยมีค้างคาวผลไม้ (แม่ไก่) ซึ่งเป็นพาหะของโรคเช่นกัน และเคยมีการตรวจพบเชื้อในค้างคาวในไทย แต่ ยังไม่เคยมีรายงานการติดเชื้อในคน อย่างไรก็ตาม ระบบเฝ้าระวังของเราต้องเข้มแข็ง เพราะความเสี่ยงมีอยู่เสมอ
Q2: อาการแตกต่างจากไข้หวัดใหญ่หรือโควิดอย่างไร? A: จุดสังเกตสำคัญคือ “อาการทางสมอง” (Altered Mental Status) เช่น พูดจาสับสน จำคนไม่ได้ หรือซึมลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งมักไม่พบในไข้หวัดใหญ่หรือโควิดระยะแรก
Q3: ถ้าโดนค้างคาวกัด ต้องทำอย่างไร? A: ล้างแผลด้วยน้ำสบู่ทันทีอย่างน้อย 15 นาที (เหมือนพิษสุนัขบ้า) และรีบไปโรงพยาบาลเพื่อประเมินความเสี่ยง แม้จะไม่ใช่ค้างคาวทุกตัวที่มีเชื้อ แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อน
📝 บทส่งท้าย

ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ที่ Oxford กำลังเร่งสร้างเกราะป้องกันให้เรา สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการใช้ชีวิตอย่างมีสติ รักษาสุขอนามัย และเคารพธรรมชาติ เพราะนั่นคือวัคซีนที่ทรงพลังที่สุดที่เรามีอยู่ในมือตอนนี้
📚 References (เอกสารอ้างอิง)
- Rai, A. (2026) ‘India rushes to contain deadly Nipah virus outbreak after five cases confirmed’, The Independent, https://www.independent.co.uk
- World Health Organization (WHO) (2025) ‘Nipah Virus Infection – India: Disease Outbreak News’, WHO Emergencies Preparedness,
- Epstein, J.H. et al. (2025) ‘Nipah virus: epidemiology, pathogenesis, treatment, and prevention’, Hep Journals,
- University of Oxford (2025) ‘World’s first Phase II Nipah virus vaccine trial launch’, Oxford News, 15 December.
- Islam, M.S. et al. (2016) ‘Nipah Virus Transmission from Bats to Humans Associated with Drinking Traditional Liquor Made from Date Palm Sap, Bangladesh, 2011–2014’, Emerging Infectious Diseases, PMC4806957.
- Gavi, The Vaccine Alliance (2025) ‘Nipah vaccines set to enter human trials’, VaccinesWork.



ตัวเลขที่น่ากังวล (The Numbers)
ไทม์ไลน์การระบาด



ก้าวแรกของมนุษยชาติ (Historic Milestone)
ทำไมถึงสำคัญ?

