“มะเร็ง” โรคร้าย..ไม่ไกลตัว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคนี้ ทั้งมลภาวะและการแข่งขันที่สูงขึ้น นำมาซึ่งความเครียด ไลฟ์สไตล์ที่รีบเร่ง ส่งผลให้เหนื่อยหนักกว่าเดิมทั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ อันจะตามมาด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ ที่อาจจะทำให้ความเจ็บป่วยกลายเป็นของใกล้ตัว และโรคยอดฮิตอย่าง “มะเร็ง” รวมถึงโรคอื่นๆ อีกมากมาย กลายเป็นภัยสุขภาพที่แฝงตัวอยู่ไม่ห่าง ซึ่งไม่ว่าใครก็มีสิทธิที่จะป่วยด้วยโรคร้ายแรงเหล่านี้ได้ แม้วิทยาการแพทย์จะก้าวไกลเพียงใด หากแต่เมื่อเกิดการเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นแล้ว ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตของตนเองและครอบครัว ดังนั้น คงจะดีกว่าถ้าหากว่าเราพอที่จะมีรู้ถึงอาการระยะเริ่มต้นของโรคมะเร็งชนิดต่างๆ เอาไว้บ้าง เผื่อเกิดความผิดปกติขึ้นกับร่างกายเราและคนรอบข้างขึ้นมา ก็อาจจะพอสะกิดใจให้นึกถึงโรคมะเร็งกันได้บ้าง เพื่อจะได้นำไปสู่การตรวจเช็คและรับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

โรคมะเร็ง คือ โรคซึ่งเกิดมีเซลล์ผิดปกติในร่างกาย และเซลล์เหล่านี้มีการเจริญเติบโตรวดเร็วเกินปกติ ร่างกายควบคุมไม่ได้ ดังนั้น เซลล์เหล่านี้จึงเจริญลุกลามและแพร่กระจายได้ทั่วร่างกาย ส่งผลให้เซลล์ปกติของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต่างๆ เหล่านั้นล้มเหลว ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้ในที่สุด มะเร็งสามารถเกิดได้ตามอวัยวะส่วนต่างๆ ภายในร่างกาย ได้แก่ ปอด ตับ สมอง ไต กระดูก และไขกระดูก ฯลฯ ซึ่งโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในอวัยวะแต่ละส่วนนั้นก็จะมีอาการที่แตกต่างกันออกไป เช่น

  • อาการของโรคมะเร็งปากมดลูก: มีเลือดออกจากช่องคลอด / ตกขาวและอาจมีเลือดปน / มีอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ / ปัสสาวะไม่ออก ปวดบวม / อ่อนเพลีย ไม่มีแรง / เบื่ออาหาร น้ำหนักลด / ปวดท้องน้อย / ขาบวม / ปวดหลัง
  • อาการของโรคมะเร็งลำไส้: ท้องเสีย ท้องผูก ท้องอืด / อุจจาระปนเลือดสดๆ / ลักษณะอุจจาระเรียวยาวกว่าปกติ / ไม่สบายท้อง อาหารไม่ย่อย  / น้ำหนักตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ / อ่อนเพลียหรืออ่อนแรง / โลหิตจาง
  • อาการของโรคมะเร็งเต้านม: มีก้อนหนาๆในเต้านมหรือใต้แขน / หัวนมบุ๋ม มีน้ำเหลือง มีแผล / เต้านมมีผื่นแดง คล้ายผิวส้ม / มีอาการปวดบริเวณเต้านม
  • อาการของโรคมะเร็งปอด: ไอเรื้อรัง (ไอแห้งหรือไอมีเสมหะ) / มีปัญหาการหายใจ เช่น หายใจสั้น / หายใจมีเสียงหวีด / เจ็บบริเวณหน้าอกตลอดเวลา / ไอมีเลือดปน / เสียงแหบ / ติดเชื้อในปอดบ่อยๆ เช่น ปอดบวม / เหนื่อยง่าย เหนื่อยตลอดเวลา / น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

ระยะของโรคมะเร็ง คือ ตัวบอกความรุนแรงของโรค ภาวะการลุกลามและแพร่กระจาย เพื่อนำไปสู่เป็นแนวทางการรักษา และแพทย์ใช้ในการศึกษาวิจัยโรคมะเร็งต่อไป ซึ่งโรคมะเร็งมี 4 ระยะ ได้แก่

  • ระยะที่ 1: ก้อนเนื้อ หรือแผลมะเร็งมีขนาดเล็ก ยังไม่ลุกลาม
  • ระยะที่ 2: ก้อนเนื้อ หรือแผลมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น เริ่มลุกลามภายในเนื้อเยื่อ
  • ระยะที่ 3: ก้อนเนื้อ หรือแผลมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น เริ่มลุกลามเข้าอวัยวะข้างเคียง และต่อมน้ำเหลือง
  • ระยะที่ 4: ก้อนเนื้อ หรือแผลมะเร็งขนาดโตมาก และลุกลามเข้าเนื้อเยื่อหรืออวัยวะข้างเคียง จนทะลุเข้าต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้ก้อนมะเร็ง โดยพบต่อมน้ำเหลืองโตคลำได้ และแพร่กระจายเข้ากระแสโลหิต หลอดน้ำเหลือง กระแสน้ำเหลืองไปยังเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะที่อยู่ไกลออกไป เช่น ปอด ตับ สมอง กระดูก ไขกระดูก ต่อมหมวกไต และต่อมน้ำเหลืองภายในช่องท้อง ฯลฯ

แต่ถึงอย่างไรก็ตามโรคมะเร็งทุกชนิดก็มีโอกาสหายได้ค่อนข้างสูง หากเราสามารถพบเซลล์มะเร็งตั้งแต่ระยะเนิ่นๆ แต่น่าเสียดายที่ในความเป็นจริงแล้ว กว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคมะเร็ง อาการก็อาจจะเลยเถิดไปในขั้นลึกๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจากข้อมูลของ รศ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ ภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวไว้ว่า “ในร่างกายของคนเรานั้นจะมีภูมิคุ้มกัน ซึ่งทำหน้าที่ในการป้องกันโรคต่างๆ หากคนไหนภูมิคุ้มกันบกพร่อง การป่วยเป็นโรคย่อมเกิดขึ้นได้ง่าย และเมื่อเป็นแล้วคนส่วนใหญ่จึงหาทางรักษา ซึ่ง ถั่งเช่า” มีสารสำคัญ “คอร์ไดเซปิน (Cordycepin) ที่มีฤทธิ์กระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างภูมิคุ้ม เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยได้ แต่กินไปแล้วจะได้ผลมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระยะเวลาและสภาพร่างกายว่าอยู่ในสภาวะอาการป่วยโรคนั้นๆ มากน้อยแค่ไหน อย่างถ้าผู้ป่วยเป็นมะเร็งในระยะลุกลามการรักษาย่อมเป็นไปได้ยาก ถึงจะกินถั่งเช่ามากแค่ไหนก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะหายจากโรค เพราะร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างภูมิคุ้มกันนาน ถั่งเช่าช่วยได้ดีในอาการป่วยระยะเริ่มต้นเท่านั้นเอง” ดังนั้น เราจึงควรป้องกันโรคมะเร็งไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่าที่จะปล่อยให้เกิดขึ้น แล้วมาหาหนทางในการรักษากันภายหลัง เพราะ “มะเร็ง” โรคร้าย..มันไม่ได้อยู่ห่างไกลจากตัวของเราเลยครับ

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. บทความเรื่อง “ถั่งเช่า ไวอากร้าแห่งเทือกเขาหิมาลัย”