เทคนิค 5 ข้อ เสริมภูมิคุ้มกัน ต้อนรับการเปิดเมือง !

เทคนิค 5 ข้อ เสริมภูมิคุ้มกัน ต้อนรับการเปิดเมือง !

เราผ่านการเปิด-ปิดเมืองกันมาแล้วหลายระลอก ซึ่งการเปิดเมืองในครั้งนี้ก็เพื่อให้เราได้กลับไปทำงานกัน ให้ระบบเศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ เพราะคงไม่ไหวเหมือนกันที่จะปิดเมืองกันอยู่แบบนี้ ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมทางด้านสุขภาพร่างกายภายหลังจากการเปิดเมือง มีอะไรบ้างที่เราควรทำ และมีอะไรบ้างที่เราควรหลีกเลี่ยง มาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันครับ

เทคนิค 5 ข้อง่ายๆ ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเมืองโดยเฉพาะ ที่อยากให้ทุกคนได้ลองนำไปใช้กัน มีดังนี้

1. ลดอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง และอาหารแปรรูป (process food) ที่ผ่านกระบวนการต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงจะไปกระตุ้นให้เกิดภาวะอินซูลินในร่างกายสูงขึ้น และยังอาจทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งส่งผลทำให้เซลล์ที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเม็ดเลือดขาว หรือ natural killer cells ที่มีหน้าที่ในการจัดการเชื้อโรคเกิดความอ่อนแอ เหมือนทหารที่คอยป้องกันเชื้อโรคของเรา แต่ว่าเป็นทหารที่ไม่ค่อยมีแรง เชื้อโรคเข้ามาแพ้หมด แถมยังเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดัน ไขมัน และโรคอ้วน เพราะฉะนั้น การลดคาร์โบไฮเดรตจึงเป็นวิธีการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ง่ายที่สุด แต่ก็ไม่ได้บอกให้ทุกคนเลิกรับประทานข้าว อาหารประเภทแป้ง หรือเลิกรับประทานผลไม้ เพียงแต่ควรลดปริมาณลงครึ่งหนึ่ง หรือถ้าหากต้องการรับประทานน้ำผลไม้ ก็ควรเปลี่ยนเป็นผลไม้สดจะดีกว่า เพราะน้ำผลไม้นั้นแทบจะไม่มีความแตกต่างจากน้ำอัดลมเลย อันตรายมากๆ ต้องระวังกันไว้ด้วยครับ

 

2. ให้เน้นเดินออกกำลังกายเป็นหลัก อย่าออกกำลังกายหักโหมในช่วงแรก เพราะที่ผ่านมา เราปิดเมืองไปช่วงใหญ่ เป็นระยะเวลานาน การที่เราไปหักโหมออกกำลังกายแบบหนักๆ ทั้งที่ในช่วงที่ปิดเมืองแทบจะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลย เพราะไปสวนก็ไม่ได้ จะไปยิมก็ปิด คราวนี้พอเปิดเมืองปุ๊บเราอาจอยากจะไปออกกำลังกายให้หนัก เพื่อเป็นการชดเชยช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ร่างกายของเราที่ไม่ฟิต เหนื่อยมากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายอ่อนแอ และเกิดอาการเพลียได้ แบบนี้เป็นการทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง เกิดการติดเชื้อได้ง่าย เพราะฉะนั้น ช่วงแรกๆ ผมขอแนะนำให้ออกกำลังกายด้วยการเดินเป็นหลัก อย่างน้อยควรเดินวันละ 5,000 – 8,000 ก้าว ซึ่งถ้าหากภายใน 1 สัปดาห์ ได้เดินสัก 5 วัน ไม่ต้องไปออกกำลังกายอย่างอื่น น้ำหนักก็ลดลงได้ครับ หรือปรับจากการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การเดินไปขึ้นรถประจำทาง หรือการขึ้น-ลงบันไดแทนการใช้ลิฟท์ ฯลฯ การออกกำลังกายเบา ๆ ด้วยการเดินไปเดินมาแบบนี้ ก็จะทำให้มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง โดยที่ไม่ต้องไปออกกำลังกายที่หนักหน่วง หรือไม่ต้องไปเสี่ยงในการเข้ายิมต่างๆ ที่มีโอกาสจะติดเชื้อได้สูงขึ้นนั่นเอง เพราะฉะนั้น ใช้การเดินดีที่สุด เน้นการทำน้อย แต่ได้มากครับ

 

3. การนอน ข้อนี้จำเป็นมากๆ หลายคนอาจคิดว่าไม่จำเป็น แต่ถ้าอยากมีชีวิตที่ดีก็ต้องนอนให้ดี เพราะว่าการนอนไม่ดีจะทำให้ฮอร์โมนในร่างกายมีปัญหาได้ ซึ่งองค์ประกอบของการนอนที่ดีนั้นจะประกอบไปด้วย ระยะเวลาการนอนที่เพียงพอ และถูกช่วงเวลา โดยค่าเฉลี่ยการนอนที่เพียงพอสำหรับคนวัยทำงาน คือ 7-8 ชั่วโมง และช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่แนะนำก็คือ ช่วง 22.00 น. – 06.00 น. ถามว่าทำไมต้องเป็นช่วงเวลานี้ เพราะช่วงเวลานี้ หากนอนหลับสนิทจะได้รับโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone)  ไปแบบเต็มๆ โดยโกรทฮอร์โมนจะหลั่งในช่วงเวลา 23.00 น. – 01.00 น. และต้องหลับสนิทแบบหลับลึก ๆ จึงจะได้ ดังนั้น หากนอนตอนเที่ยงคืนก็จบเลย ไม่ได้รับโกรทฮอร์โมนแน่นอน ซึ่งหากเป็นเด็กก็ไม่โต เป็นผู้ใหญ่ก็แก่เร็ว ภูมิคุ้มกันแย่ ยิ่งถ้าหากนอนไม่ถึง 7 ชั่วโมงด้วยแล้ว ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเครียดที่ชื่อว่า คอร์ติซอลฮอร์โมน (Cortisol Hormone) ซึ่งฮอร์โมนเครียดชนิดนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ชีวิตแย่ อ้วนง่าย เครียดง่าย สิวขึ้น ทำอะไรไม่ดีทั้งนั้น ดังนั้น ควรนอนให้ดี..สุขภาพก็จะดีตามไปด้วย

 

4. การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน ประมาณ 2-3 ลิตร โดยการเฉลี่ยดื่มทั้งวัน เพราะถ้าดื่มน้ำน้อย จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เกิดภาวะ Dehydration หรือ ภาวะการขาดน้ำ ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันต่ำลงอย่างชัดเจน รวมทั้งความสมดุลของกรด และเบสในร่างกายก็จะแย่ ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันต่ำลงทันที เพราะฉะนั้น ต้องระมัดระวังให้ดี บางคนซื้อน้ำด่างมาดื่ม บอกได้เลยว่าไม่ต้องหาน้ำด่าง น้ำกรด หรือน้ำอะไรมาดื่มทั้งสิ้น น้ำเปล่าดีที่สุด หรืออาจจะดื่มเป็นน้ำแร่อะไรก็ได้ จากเทือกเขาอะไรก็ได้ แต่น้ำเปล่าดีที่สุด ถูกที่สุด หาง่ายที่สุด และที่สำคัญ คือ ต้องเฉลี่ยดื่มทั้งวัน อย่าดื่มรวดเดียวเป็นจำนวนมากๆ หากทำได้ตามนี้จะเห็นถึงผลการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ส่วนใครที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ แค่ดื่มน้ำตามที่ได้แนะนำไว้นี้ น้ำหนักจะลดลง 2-3 กิโลกรัมภายใน 1 เดือน เห็นไหมครับเป็นวิธีการที่ง่ายมากๆ เลย

 

5. การรับประทานวิตามินเสริม ในสถานการณ์ปกติ การรับประทานอาหารที่ครบถ้วน เช่น ผัก ผลไม้ โปรตีน และไขมันดี ให้ถูกต้องในปริมาณที่เหมาะสมเราก็จะได้รับสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นเพียงพอแล้วสำหรับร่างกาย แต่สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ เราอาจจะต้องเพิ่ม และใส่ใจดูสุขภาพให้มากขึ้นเป็นพิเศษ ด้วยการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รวบรวมวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วน เช่น วิตามิน A B D ซิงค์อะมิโนแอซิดคีเลต ยีสต์ เบต้า-กลูแคน รวมไปถึงสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ เช่น ขมิ้นชัน ขิง พริกไทยดำ เห็ดยามาบูชิตาเกะ และโกจิเบอรี่ ฯลฯ เพื่อเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงจะได้ต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ปัจจุบัน และสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่อาจเกิดการกลายพันธุ์ขึ้นได้ในอนาคตครับ

 

ทั้งหมดนี้ คือ เทคนิคที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อต่อสู้กับสถานการ์ไวรัสโควิด -19 ในช่วงที่เปิดเมือง ซึ่งเราทุกคนยังคงต้องดูแลสุขภาพอนามัยส่วนบุคคลกันอย่างเข้มงวดต่อไป เพราะยังไม่มียา หรือวัคซีนใดๆ ที่สามารถกำจัดเจ้าไวรัสร้ายโควิด-19ได้อย่างเด็ดขาดครับ

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. บทความเรื่อง “5 วิธีเสริมภูมิต้านทานช่วยต้านโควิด-19” https://bit.ly/3nkMQhG
  2. บทความเรื่อง “7 เคล็ดวิธี เสริมภูมิร่างกาย สู้ COVID-19” https://bit.ly/3E7BmFk
  3. บทความเรื่อง “5 วิธีสร้างภูมิคุ้มกันด้วยตัวเอง รับมือโควิด-19” https://bit.ly/2Xzfinc
  4. วีดีโอคลิป “5 เทคนิคเพิ่มภูมิคุ้มกันเพื่อการเปิดเมืองโดยเฉพาะ | EP337” https://bit.ly/3C6jU3k

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.